อ่านแล้ว 19 ครั้ง
18 พฤศจิกายน 2025
สภาองค์การนายจ้าง 18 องค์กร ร่วมลงนามคัดค้าน (ร่าง) พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 3 ฉบับ ชี้กระทบสถานประกอบการทั่วประเทศ
.
วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2568 — สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) และสภาองค์การนายจ้างอีก 17 สภา รวมทั้งสิ้น 18 องค์การนายจ้าง ได้ลงนามในหนังสือแสดงจุดยืนคัดค้าน (ร่าง) พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ…. จำนวน 3 ฉบับ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยเห็นว่ามีผลกระทบโดยตรงต่อสถานประกอบการ อุตสาหกรรม และระบบการจ้างงานในประเทศ
โดยมีคุณบวรศักย์ กล้าหาญ เป็นผู้แทนสภาฯ ในการเข้าร่วมการยื่นหนังสือขอให้กระทรวงแรงงาน พิจารณาทบทวนการแก้ไขพรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ในประเด็นการลดชั่วโมงการทำงาน เพิ่มสิทธิวันหยุด/วันลาของลูกจ้าง โดยมี นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รับฟังข้อเรียกร้องและรับหนังสือ พร้อมกับพันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ร่วมด้วย ณ ห้องประชุม ศ.นิคมจันทรวิทุร ชั้น 5 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
และยื่นหนังสือ ณ ห้องประชุมของคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภาฯ
.
การคัดค้านดังกล่าว ครอบคลุมร่างกฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่
.
1. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (สำเนาเลขรับ 157/2567) เสนอโดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ
.
2. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (สำเนาเลขรับ 158/2567) เสนอโดย น.ส.วรรณวิภา ไม้สน
.
3. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ…) เสนอโดย นายเซีย จำปาทอง และคณะ
.
ทั้ง 18 สภาองค์การนายจ้างได้จัดทำข้อเสนอแนะ พร้อมสรุปประเด็นปัญหาทางกฎหมายที่เห็นว่าอาจส่งผลกระทบต่อสถานประกอบการ โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
.
1. ร่าง พ.ร.บ.ฯ เลขรับ 157/2567 — ลดชั่วโมงทำงาน/เพิ่มวันหยุด/เพิ่มวันลา (เสนอโดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ)
.
สาระสำคัญในร่าง :
- ลดเวลาทำงานจาก 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เหลือ 40 ชั่วโมง
- เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์จาก 1 วัน เป็น 2 วัน
- เพิ่มสิทธิวันลาพักผ่อนประจำปี
.
เหตุผลที่องค์กรนายจ้างคัดค้าน :
- เพิ่มต้นทุนแรงงาน กระทบประสิทธิภาพการประกอบธุรกิจ
- ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อาจไม่สามารถรองรับภาระใหม่ได้ และเสี่ยงปิดกิจการ
- กระทบต่อสภาพคล่องการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
- อาจกระตุ้นให้นายจ้างปรับลดแรงงานมนุษย์และหันไปใช้ระบบอัตโนมัติ เช่น AI หรือหุ่นยนต์แทน
.
2. ร่าง พ.ร.บ.ฯ เลขรับ 158/2567 — สิทธิเพิ่มเติมสำหรับลูกจ้างหญิงและสิทธิดูแลครอบครัว (เสนอโดย น.ส.วรรณวิภา ไม้สน)
.
สาระสำคัญในร่าง :
- บังคับให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างเท่าเทียมทุกด้าน
- เพิ่มสิทธิลาการมีประจำเดือน (ไม่ถือเป็นวันลาป่วย)
- ให้สิทธิลาเพื่อดูแลบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิด
- ให้นายจ้างจัดสถานที่สำหรับให้นมบุตรหรือบีบน้ำนม
.
เหตุผลที่องค์กรนายจ้างคัดค้าน :
- การลาเนื่องจากประจำเดือนอาจขัดกับหลักความเสมอภาคตามอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 100 และ 111
- คำว่า “บุคคลใกล้ชิด” กว้างเกินไป ควรระบุช่วงชัดเจน เช่น บิดา มารดา คู่สมรส บุตร
- การจัดสถานที่ให้นมบุตรเป็นภาระเกินจำเป็น โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs และภาคบริการ
.
3. ร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับเสนอโดย นายเซีย จำปาทอง และคณะ — ขยายคำนิยามนายจ้างและการจ้างงาน
.
ประเด็นที่องค์กรนายจ้างคัดค้าน :
- ไม่เห็นด้วยกับการขยายคำนิยาม “นายจ้าง” ให้ครอบคลุมการจ้างงานทุกรูปแบบ เพราะกฎหมายปัจจุบันเหมาะสมแล้ว
- ไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มนิยาม “การจ้างงานรายเดือน” และการบังคับให้ลูกจ้างทุกคนต้องได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน เนื่องจากสภาพงานแตกต่างกัน ควรให้ตกลงกันตามความเหมาะสม
- การบังคับให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำทุกปีไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจจริง และขัดกับกลไกไตรภาคีตามกฎหมายปัจจุบัน
- ไม่เห็นด้วยกับบทลงโทษทางอาญาในกรณีสัญญาที่อาจตีความว่าเป็นการอำพรางการจ้างงาน
.
ข้อเสนอแนะจากสภาองค์การนายจ้างทั้ง 18 สภา
- เศรษฐกิจปัจจุบันไม่เอื้อต่อการเพิ่มภาระต้นทุนแรงงาน
- ควรใช้มาตรการที่ยืดหยุ่น ให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงร่วมกันมากกว่าการออกกฎหมายบังคับ
- กระบวนการประชาพิจารณ์ยังไม่ทั่วถึง และผู้ประกอบการไม่ถูกเชิญเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเหมาะสม
- พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ฉบับปัจจุบัน ผ่านการปรับปรุงแล้วหลายครั้ง และสอดคล้องกับมาตรฐาน ILO อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมในเวลานี้
.
องค์กรนายจ้างที่ร่วมลงนามทั้ง 18 สภา
ประกอบด้วยสภาองค์การนายจ้างทั่วประเทศ อาทิ
.
สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย
สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย
สภาองค์การนายจ้างสภาอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี
สภาองค์การนายจ้างธุรกิจบริการ-อุตสาหกรรม-การเกษตร
สภาองค์การนายจ้างธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวภาค 8
และองค์กรนายจ้างอื่น รวม 18 แห่ง